ทำความรู้จัก การฝังเข็มตะวันตก (Dry needling)
Dry needling หนึ่งในการรักษาของการแพทย์แผนปัจจุบัน เป็นการลงเข็มเพื่อคลายปมกล้ามเนื้อ (Trigger point) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เลือดเข้าไปเลี้ยงส่วนนั้นได้ไม่ดี เป็นสาเหตุของอาการปวดหลักที่พบในกลุ่มอาการ office syndrome โดยการฝังเข็มตะวันตก จะใช้เข็มเปล่าที่ไม่มีตัวยาอยู่ด้านใน ปักลงบนกล้ามเนื้อที่มีลักษณะขดเป็นปม (muscle knot) จนเกิดเป็น Trigger Point

กลไกของร่างกายจากการฝังเข็มตะวันตก

เมื่อกล้ามเนื้อบริเวณที่มีอาการปวดหรือ “Trigger Point” ได้รับการสะกิดด้วยเข็ม จะทำให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นกระตุกและคลายออก เลือดเข้าไปเลี้ยงกล้ามเนื้อส่วนนั้นได้ดีขึ้น เป็นการคลายกล้ามเนื้อที่ตรงจุด

เพื่อให้ประสิทธิภาพการรักษาดีขึ้น หลังทำ dry needling สามารถทำกายภาพบำบัดอื่นๆร่วมด้วย สิ่งสำคัญที่สุด คือควรมีการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และจัดสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะสม ช่วยทำให้ยืดระยะเวลาการเป็นซ้ำได้นานมากขึ้น
จุดเด่นของการฝังเข็มตะวันตก
- มีประสิทธิภาพดีในการลดปวด โดยเฉพาะอาการปวดเรื้อรัง ได้ผลรวดเร็ว
- ลดความเสี่ยงในการแพ้ยา หรือลดผลข้างเคียงจากการใช้ยาแก้ปวด
- สามารถใช้ได้กับผู้ป่วยที่ทำการรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล หรือกลับมาเป็นซ้ำบ่อย ทั้งนี้ผู้เข้ารับการรักษาควรแก้ไขปัจจัยกระตุ้นร่วมด้วยเพื่อลดโอกาสการเป็นซ้ำ
ทำไมต้องฝังเข็มตะวันตกที่ The Recover Clinic
เนื่องจากการฝังเข็มตกวันตกเป็นศาสตร์ที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในการรักษาเป็นอย่างมาก การลงเข็มเพื่อคลายปมกล้ามเนื้อ ที่ The Recover Clinic จะทำการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู ที่ผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทางด้านการฝังเข็มมาเป็นอย่างดี มีประสบการณ์ในการลงเข็มเพื่อลดปวด คลายปมกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการฝังเข็มตะวันตกนั้นเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมสูงสุดของ The Recover Clinic อีกด้วย

การฝังเข็มตะวันตก หรือ Dry Needling เหมาะกับใครบ้าง
- ผู้ที่มีอาการปวดกล้ามจากออฟฟิศซินโดรม เช่น ปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง, ข้อมือ แขน เป็นต้น
- ผู้ที่มีอาการปวดจากการบาดเจ็บทางกีฬา เช่นการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขา hamstring strains) ,กล้ามเนื้อด้านข้างต้นขา (IT band syndrome) เป็นต้น
- ผู้ที่มีอาการปวดจากการใช้งานกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ
- ผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรัง ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่น ๆ
ขั้นตอนการฝังเข็มตะวันตก
- ปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยและวางแผนการรักษา
แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูจะทำการตรวจประเมินอาการและหาจุดกดเจ็บ (Trigger points) อธิบายวิธีการรักษาที่เหมาะสม รวมถึงข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นแก่ผู้ป่วย - ทำการรักษาด้วยการลงเข็มบริเวณกล้ามเนื้อที่ปวด
เข็มที่ใช้ทำการรักษาจะมีขนาดตั้งแต่ 25-75 มม. แพทย์จะเลือกขนาดและความยาวของเข็มที่เหมาะสมกับบริเวณที่ต้องการฝัง โดยใช้เทคนิคการลงเข็ม (Needling technique) เช่น การแทงเข็มลึก, การหมุนเข็ม, หรือการแทงเข็มแบบซ้ำๆ เพื่อคลายกล้ามเนื้อและจุด Trigger Points หากการแทงเข็มโดนจุด Trigger point จะเกิดการกระตุกที่กล้ามเนื้อในบางมัด (Twitching) และกล้ามเนื้อจะนิ่มขึ้นทันที
- หลังการลงเข็ม
แพทย์นำเข็มออกอย่างระมัดระวัง และทำการประคบเย็นบริเวณที่ทำการรักษาเพื่อลดการอักเสบ ทั้งนี้อาจมีการทำกายภาพบำบัดหรือการยืดกล้ามเนื้อหลังจากการฝังเข็มเพื่อลดอาการระบม (post needling soreness) เช่นการใช้เครื่องเลเซอร์พลังงานสูง (HPL) หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (PMS)
คำแนะนำหลังการฝังเข็มตะวันตก
- งดนวดบริเวณที่ลงเข็มจนกว่าจะหายจากอาการระบม โดยทั่วไปอาการระบมจะหายเองได้ภายใน 1-2 วัน สามารถกินยาพาราเซตามอลและประคบเย็นบริเวณที่ระบมเพื่อลดอาการปวดได้
- บริหารและยืดกล้ามเนื้อ เพื่อป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อกลับมาตึงซ้ำ สามารถทำการรักษาซ้ำในจุดเดิมได้ ประมาณ 1 สัปดาห์ หลังลงเข็ม
ผู้ที่มีภาวะต่อไปนี้ ไม่ควรฝังเข็มตะวันตก
- ผู้ป่วยโรคเลือดออกหยุดยาก (ฮีโมฟีเลีย)
- ผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด
- ตั้งครรภ์ ความดันโลหิตสูง/ต่ำ ผิดปกติ
คำถามยอดนิยม:
การฝังเข็มแบบตะวันตก และการฝังเข็มครอบแก้วแบบจีน แตกต่างกันอย่างไร ?
- การฝังเข็มแบบตะวันตก หรือ Dry needling นั้นเป็นการรักษาที่เน้นตำแหน่งกล้ามเนื้อที่เกิดการหดเกร็งและเจ็บปวด หรือ “Trigger Point” เมื่อมีการฝังเข็มลงไปตรงจุดนี้ กล้ามเนื้อจะคลายตัวและอาการปวดก็จะลดลง
- การฝังเข็มแบบจีน นั้นมีความเป็นมาที่ยาวนานและซับซ้อนกว่า โดยจะเน้นการปรับสมดุลของพลังงานนี้ โดยการฝังเข็มตามจุดต่างๆ บนเส้นลมปราณ โดยการรักษาจะทำควบคู่ไปกับการครอบแก้วเพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและลดอาการปวด การฝังเข็มแบบจีนมักจะใช้รักษาอาการปวดเรื้อรัง โรคเรื้อรัง และปัญหาสุขภาพอื่นๆ ที่หลากหลาย
ผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการฝังเข็มตะวันตกได้
- หน้ามืด เป็นลม เหงื่อออก ตัวเย็น (อาจเกิดในคนไข้ที่กลัวเข็ม)
- บริเวณที่ลงเข็มเป็นรอยช้ำ เขียว หรือจุดเลือดออก
- อันตรายต่ออวัยวะข้างในบริเวณที่ลงเข็ม เช่น ลมรั่วในปอด ในกรณีปักเข็มบริเวณใกล้ทรวงอก ซึ่งอาจจะมาด้วยอาการเจ็บแน่นหน้าอก เหนื่อย หายใจไม่สะดวก ไอ เป็นต้น ถ้ามีอาการเหล่านี้หลังการทำหัตถการควรกลับมาพบแพทย์ซ้ำ
- การอักเสบติดเชื้อ ซึ่งพบน้อยมากเนื่องจากเป็นการใช้เข็มปลอดเชื้อแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง







